เคล็ด(ไม่)ลับเกษียณให้เปี่ยมสุข จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะมีความสุขในวัยเกษียณ

เดี่ยวไม่มีสังคมจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตซึ่งก็จะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมด้วย การได้บริหารสมองด้วยการพูดคุยกับผู้อื่น หรือใช้เวลากับงานอดิเรกที่ช่วยบริหารสมองเช่นการอ่านหนังสือจะช่วยลดความเสี่ยง
โรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 2.5 [2] เท่าทีเดียว [2] งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนา นำโดย นพ.โรเบิร์ต พี. ฟรายด์แลนด์

ในวัยทำงาน ใจก็คิดอยากจะก้าวหน้า ร่างกายทำงานหนัก เวลาพักผ่อนต้องพักผ่อนให้สุดเหวี่ยง วาดฝันว่าอยากเกษียณเร็ว แต่น้อยคนเหลือเกินที่ทำได้อย่างนั้น

เรามีการสอบถามผู้เกษียณอายุที่หยุดทำงานมาแล้วหลายปีว่าถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ มีสิ่งใดที่อยากแก้ไขหรือเตรียมตัวให้ดีขึ้นก่อนจะถึงวัยเกษียณ คำตอบที่ได้แม้จะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่ก็น่าจะเป็นบทเรียนและเคล็ดลับสำคัญที่จะได้นำไปเป็นข้อแนะนำให้กับคนวัยลูกหลานที่กำลังจะก้าวตามไปในไม่ช้าซึ่งมีดังนี้

เตรียมเก็บเงินออมแต่เนิ่นๆ กว่านี้

คนเรามีเวลาที่จะยังมีแรงทำงานจริงๆ ก็ช่วงอายุ 20-60 ปี เวลา 40 ปีในชีวิตการทำงานอาจดูเหมือนนาน แต่เอาเข้าจริงเมื่อมีเรื่องหน้าที่การงาน สังคม เพื่อน ครอบครัว ความรัก ลูก ฯลฯ เข้ามา เวลานั้นจะผ่านไปไวราวกับติดปีก เผลอแป๊บๆ เราก็ฉลองปีใหม่กันอีกแล้ว เพื่อนที่เพิ่งแต่งงานไปหมาดๆ ก็คุยกันเรื่องเลือกโรงเรียนให้ลูก ส่วนเรา เผลอแป๊บๆ ลูกก็แต่งงาน ได้เลี้ยงหลาน ดูสิ วัยเกษียณมาเร็วจะตาย

พอรู้ตัวว่าเงินออมที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายก็มารู้เอาตอนที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานแล้ว ชีวิตเกษียณคงไร้ความสุขแน่ ดังนั้นจึงไม่มีช่วงไหนเร็วเกินไปที่จะถามตัวเองว่าเรามีเงินเก็บบ้างไหม และเงินที่เก็บไว้ “พอหรือเปล่า?”

จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ ปี 2557[1] ผู้สูงวัยในไทยมีแนวโน้มมีเงินออมเพิ่มขึ้นจริง (ผู้สูงอายุ 76.1% ให้ข้อมูลว่ามีเงินออม) แต่มีเพียง 10.05% ที่มีเงินออมเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป ในขณะเดียวกัน จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการรักษาโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุยุคนี้ (คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท “ต่อคน” และ “ต่อโรค” [1] สรุปผลที่สำคัญ การทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2557 – สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ข้อมูลเงินออมของผู้สูงอายุ แบ่งตามจำนวนเงินออม

Accident Pro Prime

นี่ยังไม่รวมค่ากินอยู่ประจำวัน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าซ่อมบ้าน และยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าใส่ซองงานแต่ง งานบวช งานศพ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้หมดไปพร้อมกับรายรับที่ลดลงหลังเกษียณ

เราควรเริ่มเก็บออมเงินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดี และเริ่มศึกษาหาวิธีสร้างรายได้ที่ยั่งยืนไปจนถึงเวลาหลังเกษียณ หารายได้เล็กๆ น้อยๆ จาก หลายๆ ทางที่จะเติมเงินเก็บที่พร่องไปจากค่าใช้จ่ายประจำวัน การเลือกซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตั้งแต่วันนี้ ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มเงินออมและสะสมเงินไว้ช่วยในยามเกษียณได้

ดูแลสุขภาพร่างกายให้ฟิตเอาไว้

Accident Pro Prime

“พรุ่งนี้ค่อยเบิร์น” “ปาร์ตี้นิดหน่อยเอง” “แค่นี้ไม่เสียหายหรอก” กี่ครั้งแล้วนะ ที่เราบอกตัวเองและผลัดวันประกันพรุ่งกับการดูแลสุขภาพร่างกาย

ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว การไปพบแพทย์แต่ละครั้งนอกจากจะไม่สนุกแล้วยังมีค่าใช้จ่ายที่ตามมามหาศาล ยิ่งอายุมาก โอกาสที่โรคจะรุมเร้าก็มากขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องก็ยิ่งเพิ่มขึ้น 

ในปี 2556 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการสำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทยทางด้านของภาวะการเป็นโรคเรื้อรังและพบว่าผู้สูงอายุไทยเป็นโรคความดันโลหิต ร้อยละ 41.4 โรคเบาหวาน ร้อยละ 18.2 และโรคข้อเข่าเสื่อม ร้อยละ 8.6

จากข้อมูลโรคเรื้อรังทั้งสามโรคนี้ พบว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นโรคมากขึ้น อย่างเช่นในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป เกือบครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 45.6 เป็น โรคความดันโลหิต ร้อยละ 17.2 เป็นโรคเบาหวาน และร้อยละ 9.6 เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

เปอร์เซ็นต์โรคที่เกิดในผู้สูงอายุวัยต่างๆ

หมายเหตุ:
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิต/เบาหวาน/ข้อเข่าเสื่อม ต่อกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุท้ังหมด จำแนกตามกลุ่มอายุ

ที่มา:
การสำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556 ภายใต้แผนงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ กลุ่มอนามัยผู้สูงอายุ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สุขภาพที่ดีเริ่มจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โรคเรื้อรังส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกายและรักษาสุขภาพทั้งนั้น ผลวิจัยทุกที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้สูงวัยที่ออกกำลังกายมาตั้งแต่ยังเป็นวัยหนุ่มสาวจะมีโอกาสเกิดโรคน้อยกว่า ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อย และสุขภาพโดยรวมดีกว่าผู้สูงวัยที่ไม่ออกกำลังกายมากทีเดียว

อย่าหยุดนิ่ง หากิจกรรมจรรโลงสมองและจิตใจทำ

อย่าหยุดนิ่ง หากิจกรรมจรรโลงสมองและจิตใจทำ

เคล็ดลับอีกอย่างที่ผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วแนะนำว่าสำคัญมากคือการ “ลับสมอง” อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวให้เป็นประโยชน์และขยันให้คำแนะนำต่อคนรุ่นหลังในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญ อย่าหยุดติดตามข่าวสารแต่ในขณะเดียวกันก็ ไม่ควรติดการดูทีวีหรือเล่นไลน์เกินเหตุ

เขาว่าคนวัยเกษียณควรหางานอดิเรกทำ 4 อย่าง ไม่ต้องทำมากกว่านั้นเพราะจะเหนื่อยโดยใช่เหตุ แต่ถ้าทำน้อยกว่านั้นก็จะทำให้ขี้เกียจเกินไป และหนึ่งในงานอดิเรกนั้นควรทำให้คุณได้ออกไปพบปะผู้คน การอยู่โดดเดี่ยวไม่มีสังคมจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตซึ่งก็จะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมด้วย การได้บริหารสมองด้วยการพูดคุยกับผู้อื่น หรือใช้เวลากับงานอดิเรกที่ช่วยบริหารสมองเช่นการอ่านหนังสือจะช่วยลดความเสี่ยง
โรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 2.5 [2] เท่าทีเดียว [2] งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนา นำโดย นพ.โรเบิร์ต พี. ฟรายด์แลนด์

ที่มา : aia.co.th

admin

มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรที่ยั่งยืนด้านวางแผนทางการเงิน ที่เพรียบพร้อมด้วยคุณภาพการจัดการบริหารและประสบการณ์ ควบคู่ไปกับจริยธรรม และมอบการบริการที่ประทับใจเป็นเลิศ พร้อมองค์ความรู้ที่ถูกต้องและการเข้าใจอันดีแก่ลูกค้าและสังคม With the firm intention to be the sustainable organization in the field of financial planner who has an abundance of high quality of monetary management, experience, ethic and remarkable-impressive service along with presenting the right body of knowledge and good understanding to all clients as well as the society. พันธกิจ mission คุณภาพขององค์กร คือทุกคำตอบของเรา Quality is the answer